ฝากขายที่ดิน ทั่วประเทศ ส่งรายละเอียดมาที่ 555landsforsale@gmail.com

Lands for Sale ศูนย์รวมที่ดินทั่วประเทศ ขายที่ดิน จัดหาที่ดินที่ต้องการ บริการรับฝากขายที่ดิน ทำโฆษณาให้ฟรี

5 อันดับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีลม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สีลม แสดงบทความทั้งหมด

ขายที่ดิน 4 ไร่ พระราม 4 ใกล้ จามจุรีย์ สแควร์ แปลงใหญ่หาไม่ได้แล้ว



ที่ดินติดถนนพระราม4 ใกล้จามจุรี สแควร์ 4ไร่ ขาย 900,000บาท/ตรว.
0869735507
 จามจุรีสแควร์, ถนนสีลม, ถนนพระราม4, ถนนสุรวงศ์, สถานีรถไฟหัวลำโพง, โรงเรียนเตรียมอุดม, สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลจุฬาฯ,

“เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด

เอเจนซี่ฯ เผยข้อมูลวิจัยการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดิน ชี้ “เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด เหตุการปรับตัวของราคาที่ดินขึ้นลงตามการขยายตัวของย่านธุรกิจ-ระบบสาธารณูปโภค-รถไฟฟ้า ล่าสุดพบที่ดินย่านสยามสแควร์เป็นทำเลที่แพงที่สุดราคาขายถึง 1.4 ล้านบาทต่อ ตร.ม. 
       
       นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในทำเลย่านเยาวราช สีลม และสยามสแควร์ โดยในปี 2537 ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทย ที่สมมติให้มีขนาด 4 ไร่ (หน้ากว้าง 40 เมตร ลึก 160 เมตร) อยู่ในย่านเยาวราช โดยมีราคาขายตารางวาละ 700,000 บาท ขณะที่ย่านสีลมมาราคาขายได้ขยับขึ้นมาเท่ากับเยาวราชในปี 2551 และราคาขยับขึ้นมาแซงหน้าในปีต่อๆ มา ส่วนสยามสแควร์ ราคาพุ่งแซงเยาวราชตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ราคาขยับมาอยู่ที่ 1,400,000 บาทต่อตารางวา
       
       “การที่ราคาที่ดินที่เยาวราชแพงที่สุดในปี 2537 โดยมีราคาขายอยู่ที่ 700,000 บาทต่อตารางวานั้น เป็นเพราะว่า ทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งการค้าสำคัญ อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวสำหรับทำการค้ามีราคาสูงถึงคูหาละ 40-50 ล้านบาท”
       
       อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีลักษณะถดถอยลงตามลำดับ เป็นบริเวณเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่มีระบบสาธารณูปโภค ยกเว้นในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีโอกาสที่ราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ที่ดีในย่านสีลม ที่มีการเติบโตทางด้านธุรกิจจนกลายเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน ทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งในปี 2537 แม้จะมีการประเมินตามราคาตลาดไว้ที่ 450,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่ำกว่าบริเวณเยาวราชเกือบเท่าตัว แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วกว่า และแซงหน้าเยาวราชในปี 2552 และปัจจุบันอยู่ ณ ราคา 1,110,000 ล้านบาท
       
       ส่วนที่บริเวณสยามสแควร์ ราคาประเมินไว้ ณ ปี 2554 เป็นเงิน 1,400,000 บาทต่อตารางวา โดยในปี 2537 ราคาตลาดโดยศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินไว้เพียง 400,000 บาท และเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้เป็นเพราะศักยภาพในการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้า เช่น สยามพารากอน และอื่นๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานเช่นบริเวณสีลม ในเชิงเปรียบเทียบของทั้ง 3 บริเวณ จะพบว่าในระหว่างปี 2537-2554 ซึ่งเป็นเวลา 17 ปีนั้น บริเวณเยาวราช ราคาเพิ่มขึ้นเพียง 1.15% ส่วนที่สีลม ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 5.4% และที่สยามสแควร์ ราคาเพิ่มขึ้นถึ 7.65%

       
       อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจประเทศไทยประสบปัญหา ทำให้ราคาที่ดินตกต่ำลงทั่วประเทศ ที่ดินทั้ง 3 แปลงนี้ราคาก็ลดลงเช่นกัน โดยที่ดินในบริเวณเยาวราช สีลมและสยามสแควร์ มีราคา 700,000, 450,000 และ 400,000 บาทต่อตารางวา ได้ลดลงเป็น 500, 000, 420,000 และ 380,000 บาทต่อตารางวาตามลำดับ หรือลดลงไปถึง 28.57%, 6.7% และ 5% ตามลำดับในช่วงปี 2537-2554
       
       หลังจากนั้นราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นตามลำดับเป็น 4.52% 11.48% และ 8.35% ต่อปี ในช่วงปี 2542-2554 และเชื่อว่าจะไม่มีบริเวณใดในกรุงเทพมหานครที่จะมีราคาสูงทดแทนบริเวณสยามสแควร์ ชิดลมและเพลินจิตในปัจจุบันได้อีกต่อไป เพราะบริเวณอื่นๆ คงเป็นเขตรอบนอกหรือเขตธุรกิจการเงิน ซึ่งไม่ได้ใช้ที่ดินเข้มข้นเท่ากับศูนย์ธุรกิจการค้าปลีกเช่นบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิต

AREA สวนรัฐ ที่ดินสยามแพงสุด บ้านน้ำท่วมราคาตกชั่วคราว10-25%

AREA สวนข้อมูลธนารักษ์ ชี้ที่ดินย่าน สยามฯ-เพลินจิต แพงกว่าสีลม ขณะที่บ้านใหม่-บ้านมือสอง ทำเลน้ำท่วมราคาวูบยาว 6-12 เดือน ราคาบ้านลด 10-25%
     นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประกาศออกมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า แต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ 
    ทั้งนี้ การที่ราคาประเมินทางราชการถูกกว่านั้น ส่วนหนึ่งก็คงหวังไม่ให้ประชาชนมีภาระการเสียภาษีมากเกินไป ดังนั้นจึงใช้ราคานี้เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นสำคัญ แต่ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเพื่อการซื้อขายในท้องตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา ราคาประเมินทางราชการในบางพื้นที่อาจสูงกว่าราคาในท้องตลาดบ้าง ซึ่งหากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นความผิดปกติกรณีนี้ ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียภาษีสูงเกินราคาซื้อขายจริง ก็อาจไปขอให้ทางราชการพิจารณาทบทวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้
    สำหรับราคาที่แพงที่สุดที่ทางกรมธนารักษ์ระบุเป็นย่านสีลมนั้น ก็คงเพราะว่าสีลมเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน สำคัญที่สุดของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงตลาดที่ดินในความเป็นจริง จะพบว่า สีลมเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพัฒนาที่ดินเป็นอาคารสำนักงาน ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้าเช่นที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต ดังนั้น ราคาที่ดินบริเวณสีลมจึงน่าจะมีราคาต่ำกว่าที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต
    "ศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินราคาที่ดินตามศักยภาพที่สามารถซื้อขายกันในท้องตลาดว่า ที่ดินที่สยามสแควร์แพงกว่าราคาที่ดินที่สีลม คือ 1.4 ล้านบาทต่อตารางวา และ 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา " 
    ทั้งนี้ ราคาซื้อขายจริงของที่ดินบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต อาจมีบางแปลงขายได้ประมาณ 1.5 - 1.6 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็เป็นแปลงเล็กๆ และเป็นข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังมีบางแปลงเรียกขายในราคาเกือบ 2.0 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็ยังไม่สามารถขายได้ ดังนั้น ราคาตลาดที่แท้จริงควรเป็นเงิน 1.4 ล้านบาท ณ ปี 2554 และ 1.5 ล้านบาท ณ ปี 2555 นั่นเอง
    ก่อนหน้านี้ นายไพรัช มณฑาพันธุ์ นายกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย ให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่ที่ผ่านมาคาดว่า ในระยะสั้นนับจากนี้ไปอีก 6-12 เดือน จะส่งผลกระทบกับการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสองในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก-ปานกลาง ลดลงเป็นการชั่วคราว  
    ทั้งนี้ ข้อสรุปการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสอง พบว่า การเปลี่ยนแปลงราคาอย่างมีนัยสำคัญจะชี้วัดกันที่ระดับความสูงของน้ำท่วม มีผลกระทบ 2 กลุ่มหลักคือ 1.กลุ่มที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมเฉลี่ย 0.5-1 เมตร อาทิ โซนบางแค บางเขน รามอินทรา หนองแขม บางกอกน้อย บางบอน ฯลฯ มีแนวโน้มที่การประเมินราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 5-10% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 15-20%  2.กลุ่มพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป อาทิ โซนบางบัวทอง บางใหญ่ ดอนเมือง สายไหม ตลิ่งชัน พุทธมณฑล บางกรวย ฯลฯ หากเป็นการประเมินราคาบ้านใหม่มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 20-25%
    ขณะเดียวกัน หากเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเล็กน้อยและท่วมเพียงไม่กี่วัน อาทิ ลาดพร้าว จตุจักร ฯลฯ ไม่น่าจะส่งผลต่อการประเมินราคาบ้านลดลง ในทางกลับกันสำหรับพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม ราคาอาจจะปรับขึ้นจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15%.





http://www.thaipost.net/news/060112/50642