ฝากขายที่ดิน ทั่วประเทศ ส่งรายละเอียดมาที่ 555landsforsale@gmail.com

Lands for Sale ศูนย์รวมที่ดินทั่วประเทศ ขายที่ดิน จัดหาที่ดินที่ต้องการ บริการรับฝากขายที่ดิน ทำโฆษณาให้ฟรี

5 อันดับความนิยม

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาที่ดิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราคาที่ดิน แสดงบทความทั้งหมด

ราคาที่ดินปี 55


altราคาที่ดินปี 55 โซนซีบีดีพุ่ง 10-20% ทั้งเพลินจิต-สุขุมวิท- พหลโยธิน  คาดเห็นราคากว่า 1.5 ล้านต่อตร.ว. แต่หาซื้อยาก เจ้าของที่ดินมีอำนาจต่อรองสูง หลังดีเวลอปเปอร์แห่ซื้อขึ้นคอนโดมิเนียม นายกสมาคมอาคารชุด
ระบุกฎหมายผังเมืองทำราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับเพิ่ม  ด้านแอเรีย ประเมินย่านสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต  ราคาเรียกขายถึงวาละ 2 ล้าน
              นายกิติศักดิ์  จำปาทิพย์พงศ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย)  จำกัด  เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาซื้อขายที่ดินในรอบปี 2555 ว่า ยังคงมีราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  จากความต้องการซื้อที่ดินมาพัฒนาของผู้ประกอบการ  ซึ่งที่ดินในทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา โครงการปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นและยังมีราคาแพง  โดยเฉพาะในโซนกลางเมือง  ซึ่งเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ  ได้แก่  สุขุมวิท เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย สาทร พหลโยธิน ช่วงซอย 7, 9 และซอย 11 
              "ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาทำเลที่นิยมยังเป็นกลางเมือง  แนวโน้มราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20%  ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ปริมาณที่ดินเหลือพัฒนาน้อย  แต่ความต้องการมีเยอะ  และคอนโดฯที่พัฒนาในโซนนี้ก็ได้รับความนิยมสูง  ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  ซึ่งเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหันมาหาซื้อคอนโดฯ กลางเมือง  และปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯ ก็เหลือน้อย  ทำให้เจ้าของที่ดินเล่นมีอำนาจการต่อรองสูง" นายกิติศักดิ์  กล่าวและว่า
              ที่ผ่านมาราคาที่ดินที่ซื้อขายกันสูงสุดเป็นทำเลเพลินจิตตารางวาละ 1.5 ล้านบาท  ในปีนี้ต้องมีราคามากกว่าแน่นอนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 23 มีเจ้าของที่ดินประกาศขายแล้วตารางวาละ 1.2 ล้านบาท  สำหรับที่ดินที่นำไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดฯ ที่เป็นอาคารสูง  ส่วนบริเวณซอยทองหล่อและซอยเอกมัย  ราคาประกาศขายตอนนี้ก็น่าจะมีตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา  ขณะที่ในโซนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี  ราคาจะต่างจากถนนสุขุมวิทกว่า 60% หรือมีราคาประกาศขายเพียงตารางวาละ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น
              นายกิติศักดิ์  กล่าวอีกว่า  แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้  เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันไปเพิ่มการพัฒนาในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น  ทั้งหัวหิน พัทยา และภูเก็ต  เพราะตอนนี้มีความเคลื่อนไหวในการหาซื้อที่ดินในโซนต่างๆ ดังกล่าว  และยังมีตลาดต่างจังหวัดในโซนใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจไปพัฒนาด้วย  อาทิ  ขอนแก่น  นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงใหม่  ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อนำเสนอให้กับดีเวลอปเปอร์  ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลในปีนี้ผู้ประกอบการยังห่วง 4 เรื่องที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ได้แก่ ปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นสูง  และราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงด้วย 
              ส่วนดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท  เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด  กล่าวว่า  ข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประเมินไว้ซึ่งแต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด  แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่  แม้ก่อนการจัดทำจะสำรวจราคาตลาดมาเพื่อการจัดทำบัญชีราคา แต่ก็ไม่ใช่ราคาตลาด

“เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด

เอเจนซี่ฯ เผยข้อมูลวิจัยการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดิน ชี้ “เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด เหตุการปรับตัวของราคาที่ดินขึ้นลงตามการขยายตัวของย่านธุรกิจ-ระบบสาธารณูปโภค-รถไฟฟ้า ล่าสุดพบที่ดินย่านสยามสแควร์เป็นทำเลที่แพงที่สุดราคาขายถึง 1.4 ล้านบาทต่อ ตร.ม. 
       
       นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในทำเลย่านเยาวราช สีลม และสยามสแควร์ โดยในปี 2537 ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทย ที่สมมติให้มีขนาด 4 ไร่ (หน้ากว้าง 40 เมตร ลึก 160 เมตร) อยู่ในย่านเยาวราช โดยมีราคาขายตารางวาละ 700,000 บาท ขณะที่ย่านสีลมมาราคาขายได้ขยับขึ้นมาเท่ากับเยาวราชในปี 2551 และราคาขยับขึ้นมาแซงหน้าในปีต่อๆ มา ส่วนสยามสแควร์ ราคาพุ่งแซงเยาวราชตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ราคาขยับมาอยู่ที่ 1,400,000 บาทต่อตารางวา
       
       “การที่ราคาที่ดินที่เยาวราชแพงที่สุดในปี 2537 โดยมีราคาขายอยู่ที่ 700,000 บาทต่อตารางวานั้น เป็นเพราะว่า ทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งการค้าสำคัญ อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวสำหรับทำการค้ามีราคาสูงถึงคูหาละ 40-50 ล้านบาท”
       
       อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีลักษณะถดถอยลงตามลำดับ เป็นบริเวณเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่มีระบบสาธารณูปโภค ยกเว้นในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีโอกาสที่ราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ที่ดีในย่านสีลม ที่มีการเติบโตทางด้านธุรกิจจนกลายเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน ทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งในปี 2537 แม้จะมีการประเมินตามราคาตลาดไว้ที่ 450,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่ำกว่าบริเวณเยาวราชเกือบเท่าตัว แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วกว่า และแซงหน้าเยาวราชในปี 2552 และปัจจุบันอยู่ ณ ราคา 1,110,000 ล้านบาท
       
       ส่วนที่บริเวณสยามสแควร์ ราคาประเมินไว้ ณ ปี 2554 เป็นเงิน 1,400,000 บาทต่อตารางวา โดยในปี 2537 ราคาตลาดโดยศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินไว้เพียง 400,000 บาท และเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้เป็นเพราะศักยภาพในการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้า เช่น สยามพารากอน และอื่นๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานเช่นบริเวณสีลม ในเชิงเปรียบเทียบของทั้ง 3 บริเวณ จะพบว่าในระหว่างปี 2537-2554 ซึ่งเป็นเวลา 17 ปีนั้น บริเวณเยาวราช ราคาเพิ่มขึ้นเพียง 1.15% ส่วนที่สีลม ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 5.4% และที่สยามสแควร์ ราคาเพิ่มขึ้นถึ 7.65%

       
       อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจประเทศไทยประสบปัญหา ทำให้ราคาที่ดินตกต่ำลงทั่วประเทศ ที่ดินทั้ง 3 แปลงนี้ราคาก็ลดลงเช่นกัน โดยที่ดินในบริเวณเยาวราช สีลมและสยามสแควร์ มีราคา 700,000, 450,000 และ 400,000 บาทต่อตารางวา ได้ลดลงเป็น 500, 000, 420,000 และ 380,000 บาทต่อตารางวาตามลำดับ หรือลดลงไปถึง 28.57%, 6.7% และ 5% ตามลำดับในช่วงปี 2537-2554
       
       หลังจากนั้นราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นตามลำดับเป็น 4.52% 11.48% และ 8.35% ต่อปี ในช่วงปี 2542-2554 และเชื่อว่าจะไม่มีบริเวณใดในกรุงเทพมหานครที่จะมีราคาสูงทดแทนบริเวณสยามสแควร์ ชิดลมและเพลินจิตในปัจจุบันได้อีกต่อไป เพราะบริเวณอื่นๆ คงเป็นเขตรอบนอกหรือเขตธุรกิจการเงิน ซึ่งไม่ได้ใช้ที่ดินเข้มข้นเท่ากับศูนย์ธุรกิจการค้าปลีกเช่นบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิต