ระบุกฎหมายผังเมืองทำราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับเพิ่ม ด้านแอเรีย ประเมินย่านสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต ราคาเรียกขายถึงวาละ 2 ล้าน
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาซื้อขายที่ดินในรอบปี 2555 ว่า ยังคงมีราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อที่ดินมาพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ดินในทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา โครงการปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นและยังมีราคาแพง โดยเฉพาะในโซนกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ ได้แก่ สุขุมวิท เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย สาทร พหลโยธิน ช่วงซอย 7, 9 และซอย 11
"ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาทำเลที่นิยมยังเป็นกลางเมือง แนวโน้มราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ปริมาณที่ดินเหลือพัฒนาน้อย แต่ความต้องการมีเยอะ และคอนโดฯที่พัฒนาในโซนนี้ก็ได้รับความนิยมสูง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหันมาหาซื้อคอนโดฯ กลางเมือง และปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯ ก็เหลือน้อย ทำให้เจ้าของที่ดินเล่นมีอำนาจการต่อรองสูง" นายกิติศักดิ์ กล่าวและว่า
ที่ผ่านมาราคาที่ดินที่ซื้อขายกันสูงสุดเป็นทำเลเพลินจิตตารางวาละ 1.5 ล้านบาท ในปีนี้ต้องมีราคามากกว่าแน่นอนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 23 มีเจ้าของที่ดินประกาศขายแล้วตารางวาละ 1.2 ล้านบาท สำหรับที่ดินที่นำไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดฯ ที่เป็นอาคารสูง ส่วนบริเวณซอยทองหล่อและซอยเอกมัย ราคาประกาศขายตอนนี้ก็น่าจะมีตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ในโซนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี ราคาจะต่างจากถนนสุขุมวิทกว่า 60% หรือมีราคาประกาศขายเพียงตารางวาละ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น
นายกิติศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันไปเพิ่มการพัฒนาในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งหัวหิน พัทยา และภูเก็ต เพราะตอนนี้มีความเคลื่อนไหวในการหาซื้อที่ดินในโซนต่างๆ ดังกล่าว และยังมีตลาดต่างจังหวัดในโซนใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจไปพัฒนาด้วย อาทิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อนำเสนอให้กับดีเวลอปเปอร์ ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลในปีนี้ผู้ประกอบการยังห่วง 4 เรื่องที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ได้แก่ ปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นสูง และราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงด้วย
ส่วนดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประเมินไว้ซึ่งแต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ แม้ก่อนการจัดทำจะสำรวจราคาตลาดมาเพื่อการจัดทำบัญชีราคา แต่ก็ไม่ใช่ราคาตลาด
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาซื้อขายที่ดินในรอบปี 2555 ว่า ยังคงมีราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อที่ดินมาพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ดินในทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา โครงการปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นและยังมีราคาแพง โดยเฉพาะในโซนกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ ได้แก่ สุขุมวิท เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย สาทร พหลโยธิน ช่วงซอย 7, 9 และซอย 11
"ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาทำเลที่นิยมยังเป็นกลางเมือง แนวโน้มราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ปริมาณที่ดินเหลือพัฒนาน้อย แต่ความต้องการมีเยอะ และคอนโดฯที่พัฒนาในโซนนี้ก็ได้รับความนิยมสูง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหันมาหาซื้อคอนโดฯ กลางเมือง และปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯ ก็เหลือน้อย ทำให้เจ้าของที่ดินเล่นมีอำนาจการต่อรองสูง" นายกิติศักดิ์ กล่าวและว่า
ที่ผ่านมาราคาที่ดินที่ซื้อขายกันสูงสุดเป็นทำเลเพลินจิตตารางวาละ 1.5 ล้านบาท ในปีนี้ต้องมีราคามากกว่าแน่นอนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 23 มีเจ้าของที่ดินประกาศขายแล้วตารางวาละ 1.2 ล้านบาท สำหรับที่ดินที่นำไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดฯ ที่เป็นอาคารสูง ส่วนบริเวณซอยทองหล่อและซอยเอกมัย ราคาประกาศขายตอนนี้ก็น่าจะมีตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ในโซนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี ราคาจะต่างจากถนนสุขุมวิทกว่า 60% หรือมีราคาประกาศขายเพียงตารางวาละ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น
นายกิติศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันไปเพิ่มการพัฒนาในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งหัวหิน พัทยา และภูเก็ต เพราะตอนนี้มีความเคลื่อนไหวในการหาซื้อที่ดินในโซนต่างๆ ดังกล่าว และยังมีตลาดต่างจังหวัดในโซนใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจไปพัฒนาด้วย อาทิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อนำเสนอให้กับดีเวลอปเปอร์ ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลในปีนี้ผู้ประกอบการยังห่วง 4 เรื่องที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ได้แก่ ปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นสูง และราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงด้วย
ส่วนดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประเมินไว้ซึ่งแต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ แม้ก่อนการจัดทำจะสำรวจราคาตลาดมาเพื่อการจัดทำบัญชีราคา แต่ก็ไม่ใช่ราคาตลาด