Lands for Sale ศูนย์บริการรับฝากขายที่ดิน-จัดหาที่ดิน ทั่วประเทศ ทำโฆษณาให้ฟรี เรามีกลุ่มลูกค้าและนักลงทุนอสังหาทั่วประเทศ !
ฝากขายที่ดิน ทั่วประเทศ ส่งรายละเอียดมาที่ 555landsforsale@gmail.com
5 อันดับความนิยม
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่ดิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่ดิน แสดงบทความทั้งหมด
การขอออกโฉนดที่ดิน
การขอออกโฉนดที่ดิน
ที่ดินที่จะขอออกโฉนดที่ดินได้
– ต้องเป็นที่ดินที่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะขอออก น.ส.๓ ได้ ดังกล่าวมาแล้วในเรื่องการขอออก น.ส.๓ และ– ต้องเป็นที่ดินที่ได้มีระวางแผนที่เพื่อการออกโฉนดที่ดินแล้ว
สถานที่ติดต่อ
– ไป ณ สำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินสาขา
หลักฐานที่ต้องนำไปแสดง
– บัตรประจำตัวประชาชน
– สำเนาทะเบียนบ้าน
– แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (สค.๑)
– ใบรับแจ้งความประสงค์ จะได้สิทธิในที่ดิน
– ใบจองหรือใบเหยียบย่ำ
– ตราจองเป็นใบอนุญาต
– หนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือใบสำคัญแสดงการนำที่ดินขึ้นทะเบียน (แบบหมายเลข ๓)
– หนังสือแสดงการทำประโยชน์ในกรณีที่ได้รับการจัดที่ดินในนิคมสร้างตนเองหรือสหกรณ์นิคม
– หลักฐานการเสียภาษีที่ดินหรือหลักฐานอื่นในกรณีที่ไม่ได้แจ้งการครอบครอง และไม่อยู่ในท้องที่ประกาศเป็นเขตเดินสำรวจออกโฉนดที่ดินทั้งตำบล
ค่าธรรมเนียม
– ค่าคำขอแปลงละ ๕ บาท– ค่ามอบอำนาจ (ถ้ามี) แปลงละ ๒๐ บาท
– ค่าประกาศ แปลงละ ๑๐ บาท
– ค่าหลักเขตที่ดินหลักละ ๑๐ บาท
– ค่าออกโฉนด ต้องเสียดังนี้
– ที่ดินเนื้อที่ไม่เกิน ๒๐ ไร่ แปลงละ ๕๐ บาท
– ส่วนที่เกิน ๒๐ ไร่ คิดไร่ละ ๒ บาท
– ค่ารังวัด แปลงละ ๓๐ บาท
– ค่าคำนวณเนื้อที่ แปลงละ ๒๐ บาท
– ค่าจับระยะ แปลงละ ๑๐ บาท
– ค่าป่วยการให้แก่เจ้าพนักงานผู้ปกครองท้องที่ หรือผู้แทนที่ไปในการรังวัด วันละ ๓๐ บาท
– ค่าปิดประกาศให้แก่ผู้ปิดประกาศ แปลงละ ๑๐ บาท
– ค่าพาหนะและค่าเบี้ยเลี้ยงของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ทางราชการกำหนดในแต่ละท้องที่
ราคาที่ดินปี 55
ระบุกฎหมายผังเมืองทำราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้าปรับเพิ่ม ด้านแอเรีย ประเมินย่านสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต ราคาเรียกขายถึงวาละ 2 ล้าน
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาซื้อขายที่ดินในรอบปี 2555 ว่า ยังคงมีราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อที่ดินมาพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ดินในทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา โครงการปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นและยังมีราคาแพง โดยเฉพาะในโซนกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ ได้แก่ สุขุมวิท เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย สาทร พหลโยธิน ช่วงซอย 7, 9 และซอย 11
"ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาทำเลที่นิยมยังเป็นกลางเมือง แนวโน้มราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ปริมาณที่ดินเหลือพัฒนาน้อย แต่ความต้องการมีเยอะ และคอนโดฯที่พัฒนาในโซนนี้ก็ได้รับความนิยมสูง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหันมาหาซื้อคอนโดฯ กลางเมือง และปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯ ก็เหลือน้อย ทำให้เจ้าของที่ดินเล่นมีอำนาจการต่อรองสูง" นายกิติศักดิ์ กล่าวและว่า
ที่ผ่านมาราคาที่ดินที่ซื้อขายกันสูงสุดเป็นทำเลเพลินจิตตารางวาละ 1.5 ล้านบาท ในปีนี้ต้องมีราคามากกว่าแน่นอนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 23 มีเจ้าของที่ดินประกาศขายแล้วตารางวาละ 1.2 ล้านบาท สำหรับที่ดินที่นำไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดฯ ที่เป็นอาคารสูง ส่วนบริเวณซอยทองหล่อและซอยเอกมัย ราคาประกาศขายตอนนี้ก็น่าจะมีตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ในโซนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี ราคาจะต่างจากถนนสุขุมวิทกว่า 60% หรือมีราคาประกาศขายเพียงตารางวาละ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น
นายกิติศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันไปเพิ่มการพัฒนาในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งหัวหิน พัทยา และภูเก็ต เพราะตอนนี้มีความเคลื่อนไหวในการหาซื้อที่ดินในโซนต่างๆ ดังกล่าว และยังมีตลาดต่างจังหวัดในโซนใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจไปพัฒนาด้วย อาทิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อนำเสนอให้กับดีเวลอปเปอร์ ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลในปีนี้ผู้ประกอบการยังห่วง 4 เรื่องที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ได้แก่ ปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นสูง และราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงด้วย
ส่วนดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประเมินไว้ซึ่งแต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ แม้ก่อนการจัดทำจะสำรวจราคาตลาดมาเพื่อการจัดทำบัญชีราคา แต่ก็ไม่ใช่ราคาตลาด
นายกิติศักดิ์ จำปาทิพย์พงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท เซ็นจูรี่ 21 เรียลตี้ แอฟฟิลิเอทส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาซื้อขายที่ดินในรอบปี 2555 ว่า ยังคงมีราคาปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการซื้อที่ดินมาพัฒนาของผู้ประกอบการ ซึ่งที่ดินในทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา โครงการปัจจุบันหาได้ยากมากขึ้นและยังมีราคาแพง โดยเฉพาะในโซนกลางเมือง ซึ่งเป็นทำเลที่นักพัฒนาให้ความสนใจ ได้แก่ สุขุมวิท เพลินจิต ทองหล่อ เอกมัย สาทร พหลโยธิน ช่วงซอย 7, 9 และซอย 11
"ราคาที่ดินในกรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาทำเลที่นิยมยังเป็นกลางเมือง แนวโน้มราคาที่ดินจะปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-20% ด้วยเหตุผลสำคัญคือ ปริมาณที่ดินเหลือพัฒนาน้อย แต่ความต้องการมีเยอะ และคอนโดฯที่พัฒนาในโซนนี้ก็ได้รับความนิยมสูง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นเพราะส่วนหนึ่งลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมหันมาหาซื้อคอนโดฯ กลางเมือง และปัจจุบันซัพพลายคอนโดฯ ก็เหลือน้อย ทำให้เจ้าของที่ดินเล่นมีอำนาจการต่อรองสูง" นายกิติศักดิ์ กล่าวและว่า
ที่ผ่านมาราคาที่ดินที่ซื้อขายกันสูงสุดเป็นทำเลเพลินจิตตารางวาละ 1.5 ล้านบาท ในปีนี้ต้องมีราคามากกว่าแน่นอนอาจจะเพิ่มขึ้น 10-15% ช่วงถนนสุขุมวิทซอย 23 มีเจ้าของที่ดินประกาศขายแล้วตารางวาละ 1.2 ล้านบาท สำหรับที่ดินที่นำไปพัฒนาเป็นโครงการคอนโดฯ ที่เป็นอาคารสูง ส่วนบริเวณซอยทองหล่อและซอยเอกมัย ราคาประกาศขายตอนนี้ก็น่าจะมีตั้งแต่ 8 แสนบาทถึง 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา ขณะที่ในโซนถนนพระราม 4 และถนนเพชรบุรี ราคาจะต่างจากถนนสุขุมวิทกว่า 60% หรือมีราคาประกาศขายเพียงตารางวาละ 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น
นายกิติศักดิ์ กล่าวอีกว่า แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันไปเพิ่มการพัฒนาในพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น ทั้งหัวหิน พัทยา และภูเก็ต เพราะตอนนี้มีความเคลื่อนไหวในการหาซื้อที่ดินในโซนต่างๆ ดังกล่าว และยังมีตลาดต่างจังหวัดในโซนใหม่ๆ ที่ผู้ประกอบการให้ความสนใจไปพัฒนาด้วย อาทิ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี และเชียงใหม่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อนำเสนอให้กับดีเวลอปเปอร์ ส่วนปัจจัยที่น่ากังวลในปีนี้ผู้ประกอบการยังห่วง 4 เรื่องที่จะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ได้แก่ ปัญหาการเมือง อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นสูง และราคาที่ดินที่ปรับเพิ่มขึ้นสูงด้วย
ส่วนดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวว่า ข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประเมินไว้ซึ่งแต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่ แม้ก่อนการจัดทำจะสำรวจราคาตลาดมาเพื่อการจัดทำบัญชีราคา แต่ก็ไม่ใช่ราคาตลาด
“เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด
เอเจนซี่ฯ เผยข้อมูลวิจัยการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ดิน ชี้ “เยาวราช-สีลม-สยามสแควร์” ผันผวนขึ้นลงรวดเร็วที่สุด เหตุการปรับตัวของราคาที่ดินขึ้นลงตามการขยายตัวของย่านธุรกิจ-ระบบสาธารณูปโภค-รถไฟฟ้า ล่าสุดพบที่ดินย่านสยามสแควร์เป็นทำเลที่แพงที่สุดราคาขายถึง 1.4 ล้านบาทต่อ ตร.ม.
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในทำเลย่านเยาวราช สีลม และสยามสแควร์ โดยในปี 2537 ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทย ที่สมมติให้มีขนาด 4 ไร่ (หน้ากว้าง 40 เมตร ลึก 160 เมตร) อยู่ในย่านเยาวราช โดยมีราคาขายตารางวาละ 700,000 บาท ขณะที่ย่านสีลมมาราคาขายได้ขยับขึ้นมาเท่ากับเยาวราชในปี 2551 และราคาขยับขึ้นมาแซงหน้าในปีต่อๆ มา ส่วนสยามสแควร์ ราคาพุ่งแซงเยาวราชตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ราคาขยับมาอยู่ที่ 1,400,000 บาทต่อตารางวา
“การที่ราคาที่ดินที่เยาวราชแพงที่สุดในปี 2537 โดยมีราคาขายอยู่ที่ 700,000 บาทต่อตารางวานั้น เป็นเพราะว่า ทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งการค้าสำคัญ อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวสำหรับทำการค้ามีราคาสูงถึงคูหาละ 40-50 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีลักษณะถดถอยลงตามลำดับ เป็นบริเวณเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่มีระบบสาธารณูปโภค ยกเว้นในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีโอกาสที่ราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ที่ดีในย่านสีลม ที่มีการเติบโตทางด้านธุรกิจจนกลายเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน ทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งในปี 2537 แม้จะมีการประเมินตามราคาตลาดไว้ที่ 450,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่ำกว่าบริเวณเยาวราชเกือบเท่าตัว แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วกว่า และแซงหน้าเยาวราชในปี 2552 และปัจจุบันอยู่ ณ ราคา 1,110,000 ล้านบาท
ส่วนที่บริเวณสยามสแควร์ ราคาประเมินไว้ ณ ปี 2554 เป็นเงิน 1,400,000 บาทต่อตารางวา โดยในปี 2537 ราคาตลาดโดยศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินไว้เพียง 400,000 บาท และเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้เป็นเพราะศักยภาพในการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้า เช่น สยามพารากอน และอื่นๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานเช่นบริเวณสีลม ในเชิงเปรียบเทียบของทั้ง 3 บริเวณ จะพบว่าในระหว่างปี 2537-2554 ซึ่งเป็นเวลา 17 ปีนั้น บริเวณเยาวราช ราคาเพิ่มขึ้นเพียง 1.15% ส่วนที่สีลม ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 5.4% และที่สยามสแควร์ ราคาเพิ่มขึ้นถึ 7.65%
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจประเทศไทยประสบปัญหา ทำให้ราคาที่ดินตกต่ำลงทั่วประเทศ ที่ดินทั้ง 3 แปลงนี้ราคาก็ลดลงเช่นกัน โดยที่ดินในบริเวณเยาวราช สีลมและสยามสแควร์ มีราคา 700,000, 450,000 และ 400,000 บาทต่อตารางวา ได้ลดลงเป็น 500, 000, 420,000 และ 380,000 บาทต่อตารางวาตามลำดับ หรือลดลงไปถึง 28.57%, 6.7% และ 5% ตามลำดับในช่วงปี 2537-2554
หลังจากนั้นราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นตามลำดับเป็น 4.52% 11.48% และ 8.35% ต่อปี ในช่วงปี 2542-2554 และเชื่อว่าจะไม่มีบริเวณใดในกรุงเทพมหานครที่จะมีราคาสูงทดแทนบริเวณสยามสแควร์ ชิดลมและเพลินจิตในปัจจุบันได้อีกต่อไป เพราะบริเวณอื่นๆ คงเป็นเขตรอบนอกหรือเขตธุรกิจการเงิน ซึ่งไม่ได้ใช้ที่ดินเข้มข้นเท่ากับศูนย์ธุรกิจการค้าปลีกเช่นบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิต
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด หรือ AREA กล่าวว่า ปัจจุบันราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย โดยเฉพาะในทำเลย่านเยาวราช สีลม และสยามสแควร์ โดยในปี 2537 ราคาที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทย ที่สมมติให้มีขนาด 4 ไร่ (หน้ากว้าง 40 เมตร ลึก 160 เมตร) อยู่ในย่านเยาวราช โดยมีราคาขายตารางวาละ 700,000 บาท ขณะที่ย่านสีลมมาราคาขายได้ขยับขึ้นมาเท่ากับเยาวราชในปี 2551 และราคาขยับขึ้นมาแซงหน้าในปีต่อๆ มา ส่วนสยามสแควร์ ราคาพุ่งแซงเยาวราชตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ราคาขยับมาอยู่ที่ 1,400,000 บาทต่อตารางวา
“การที่ราคาที่ดินที่เยาวราชแพงที่สุดในปี 2537 โดยมีราคาขายอยู่ที่ 700,000 บาทต่อตารางวานั้น เป็นเพราะว่า ทำเลดังกล่าวเป็นแหล่งการค้าสำคัญ อาคารพาณิชย์หรือตึกแถวสำหรับทำการค้ามีราคาสูงถึงคูหาละ 40-50 ล้านบาท”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริเวณดังกล่าวมีลักษณะถดถอยลงตามลำดับ เป็นบริเวณเล็กๆ เท่านั้น ไม่มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่มีระบบสาธารณูปโภค ยกเว้นในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งมีโอกาสที่ราคาที่ดินจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ที่ดีในย่านสีลม ที่มีการเติบโตทางด้านธุรกิจจนกลายเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน ทำให้ราคาที่ดินขยับสูงขึ้นตามลำดับ ซึ่งในปี 2537 แม้จะมีการประเมินตามราคาตลาดไว้ที่ 450,000 บาทต่อตารางวา ซึ่งต่ำกว่าบริเวณเยาวราชเกือบเท่าตัว แต่ก็ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วกว่า และแซงหน้าเยาวราชในปี 2552 และปัจจุบันอยู่ ณ ราคา 1,110,000 ล้านบาท
ส่วนที่บริเวณสยามสแควร์ ราคาประเมินไว้ ณ ปี 2554 เป็นเงิน 1,400,000 บาทต่อตารางวา โดยในปี 2537 ราคาตลาดโดยศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินไว้เพียง 400,000 บาท และเพิ่มขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้เป็นเพราะศักยภาพในการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้า เช่น สยามพารากอน และอื่นๆ ในบริเวณนั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการก่อสร้างเป็นอาคารสำนักงานเช่นบริเวณสีลม ในเชิงเปรียบเทียบของทั้ง 3 บริเวณ จะพบว่าในระหว่างปี 2537-2554 ซึ่งเป็นเวลา 17 ปีนั้น บริเวณเยาวราช ราคาเพิ่มขึ้นเพียง 1.15% ส่วนที่สีลม ราคาเพิ่มขึ้นปีละ 5.4% และที่สยามสแควร์ ราคาเพิ่มขึ้นถึ 7.65%
อย่างไรก็ตาม มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เศรษฐกิจประเทศไทยประสบปัญหา ทำให้ราคาที่ดินตกต่ำลงทั่วประเทศ ที่ดินทั้ง 3 แปลงนี้ราคาก็ลดลงเช่นกัน โดยที่ดินในบริเวณเยาวราช สีลมและสยามสแควร์ มีราคา 700,000, 450,000 และ 400,000 บาทต่อตารางวา ได้ลดลงเป็น 500, 000, 420,000 และ 380,000 บาทต่อตารางวาตามลำดับ หรือลดลงไปถึง 28.57%, 6.7% และ 5% ตามลำดับในช่วงปี 2537-2554
หลังจากนั้นราคาที่ดินก็เพิ่มขึ้นตามลำดับเป็น 4.52% 11.48% และ 8.35% ต่อปี ในช่วงปี 2542-2554 และเชื่อว่าจะไม่มีบริเวณใดในกรุงเทพมหานครที่จะมีราคาสูงทดแทนบริเวณสยามสแควร์ ชิดลมและเพลินจิตในปัจจุบันได้อีกต่อไป เพราะบริเวณอื่นๆ คงเป็นเขตรอบนอกหรือเขตธุรกิจการเงิน ซึ่งไม่ได้ใช้ที่ดินเข้มข้นเท่ากับศูนย์ธุรกิจการค้าปลีกเช่นบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม เพลินจิต
AREA สวนรัฐ ที่ดินสยามแพงสุด บ้านน้ำท่วมราคาตกชั่วคราว10-25%
AREA สวนข้อมูลธนารักษ์ ชี้ที่ดินย่าน สยามฯ-เพลินจิต แพงกว่าสีลม ขณะที่บ้านใหม่-บ้านมือสอง ทำเลน้ำท่วมราคาวูบยาว 6-12 เดือน ราคาบ้านลด 10-25%
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประกาศออกมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า แต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่
ทั้งนี้ การที่ราคาประเมินทางราชการถูกกว่านั้น ส่วนหนึ่งก็คงหวังไม่ให้ประชาชนมีภาระการเสียภาษีมากเกินไป ดังนั้นจึงใช้ราคานี้เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นสำคัญ แต่ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเพื่อการซื้อขายในท้องตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา ราคาประเมินทางราชการในบางพื้นที่อาจสูงกว่าราคาในท้องตลาดบ้าง ซึ่งหากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นความผิดปกติกรณีนี้ ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียภาษีสูงเกินราคาซื้อขายจริง ก็อาจไปขอให้ทางราชการพิจารณาทบทวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้
สำหรับราคาที่แพงที่สุดที่ทางกรมธนารักษ์ระบุเป็นย่านสีลมนั้น ก็คงเพราะว่าสีลมเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน สำคัญที่สุดของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงตลาดที่ดินในความเป็นจริง จะพบว่า สีลมเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพัฒนาที่ดินเป็นอาคารสำนักงาน ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้าเช่นที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต ดังนั้น ราคาที่ดินบริเวณสีลมจึงน่าจะมีราคาต่ำกว่าที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต
"ศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินราคาที่ดินตามศักยภาพที่สามารถซื้อขายกันในท้องตลาดว่า ที่ดินที่สยามสแควร์แพงกว่าราคาที่ดินที่สีลม คือ 1.4 ล้านบาทต่อตารางวา และ 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา "
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายจริงของที่ดินบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต อาจมีบางแปลงขายได้ประมาณ 1.5 - 1.6 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็เป็นแปลงเล็กๆ และเป็นข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังมีบางแปลงเรียกขายในราคาเกือบ 2.0 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็ยังไม่สามารถขายได้ ดังนั้น ราคาตลาดที่แท้จริงควรเป็นเงิน 1.4 ล้านบาท ณ ปี 2554 และ 1.5 ล้านบาท ณ ปี 2555 นั่นเอง
ก่อนหน้านี้ นายไพรัช มณฑาพันธุ์ นายกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย ให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่ที่ผ่านมาคาดว่า ในระยะสั้นนับจากนี้ไปอีก 6-12 เดือน จะส่งผลกระทบกับการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสองในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก-ปานกลาง ลดลงเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ ข้อสรุปการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสอง พบว่า การเปลี่ยนแปลงราคาอย่างมีนัยสำคัญจะชี้วัดกันที่ระดับความสูงของน้ำท่วม มีผลกระทบ 2 กลุ่มหลักคือ 1.กลุ่มที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมเฉลี่ย 0.5-1 เมตร อาทิ โซนบางแค บางเขน รามอินทรา หนองแขม บางกอกน้อย บางบอน ฯลฯ มีแนวโน้มที่การประเมินราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 5-10% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 15-20% 2.กลุ่มพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป อาทิ โซนบางบัวทอง บางใหญ่ ดอนเมือง สายไหม ตลิ่งชัน พุทธมณฑล บางกรวย ฯลฯ หากเป็นการประเมินราคาบ้านใหม่มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 20-25%
ขณะเดียวกัน หากเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเล็กน้อยและท่วมเพียงไม่กี่วัน อาทิ ลาดพร้าว จตุจักร ฯลฯ ไม่น่าจะส่งผลต่อการประเมินราคาบ้านลดลง ในทางกลับกันสำหรับพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม ราคาอาจจะปรับขึ้นจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15%.
http://www.thaipost.net/news/060112/50642
นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับราคาประเมินของทางราชการ ราคาที่กรมธนารักษ์ประกาศออกมาเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่า แต่เดิมจัดทำโดยกรมที่ดินนั้นเกือบทั้งหมดจะถูกกว่าราคาตลาด แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าถูกกว่ากันเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เพราะการกำหนดขึ้นอยู่กับแต่ละท้องที่
ทั้งนี้ การที่ราคาประเมินทางราชการถูกกว่านั้น ส่วนหนึ่งก็คงหวังไม่ให้ประชาชนมีภาระการเสียภาษีมากเกินไป ดังนั้นจึงใช้ราคานี้เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเป็นสำคัญ แต่ไม่สามารถนำมาอ้างอิงเพื่อการซื้อขายในท้องตลาดได้ อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา ราคาประเมินทางราชการในบางพื้นที่อาจสูงกว่าราคาในท้องตลาดบ้าง ซึ่งหากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นความผิดปกติกรณีนี้ ซึ่งอาจทำให้ต้องเสียภาษีสูงเกินราคาซื้อขายจริง ก็อาจไปขอให้ทางราชการพิจารณาทบทวนให้สอดคล้องกับความเป็นจริงได้
สำหรับราคาที่แพงที่สุดที่ทางกรมธนารักษ์ระบุเป็นย่านสีลมนั้น ก็คงเพราะว่าสีลมเป็นศูนย์ธุรกิจการเงิน สำคัญที่สุดของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงตลาดที่ดินในความเป็นจริง จะพบว่า สีลมเป็นพื้นที่ที่เหมาะกับการพัฒนาที่ดินเป็นอาคารสำนักงาน ซึ่งให้ผลตอบแทนต่ำกว่าการพัฒนาที่ดินเป็นศูนย์การค้าเช่นที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต ดังนั้น ราคาที่ดินบริเวณสีลมจึงน่าจะมีราคาต่ำกว่าที่สยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต
"ศูนย์ข้อมูลวิจัยประเมินราคาที่ดินตามศักยภาพที่สามารถซื้อขายกันในท้องตลาดว่า ที่ดินที่สยามสแควร์แพงกว่าราคาที่ดินที่สีลม คือ 1.4 ล้านบาทต่อตารางวา และ 1.1 ล้านบาทต่อตารางวา "
ทั้งนี้ ราคาซื้อขายจริงของที่ดินบริเวณสยามสแควร์ ชิดลม และเพลินจิต อาจมีบางแปลงขายได้ประมาณ 1.5 - 1.6 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็เป็นแปลงเล็กๆ และเป็นข้อยกเว้น นอกจากนี้ยังมีบางแปลงเรียกขายในราคาเกือบ 2.0 ล้านบาทต่อตารางวา แต่ก็ยังไม่สามารถขายได้ ดังนั้น ราคาตลาดที่แท้จริงควรเป็นเงิน 1.4 ล้านบาท ณ ปี 2554 และ 1.5 ล้านบาท ณ ปี 2555 นั่นเอง
ก่อนหน้านี้ นายไพรัช มณฑาพันธุ์ นายกสมาคมนักประเมินราคาอิสระไทย ให้สัมภาษณ์กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลกระทบจากอุทกภัยใหญ่ที่ผ่านมาคาดว่า ในระยะสั้นนับจากนี้ไปอีก 6-12 เดือน จะส่งผลกระทบกับการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสองในพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมหนัก-ปานกลาง ลดลงเป็นการชั่วคราว
ทั้งนี้ ข้อสรุปการประเมินราคาบ้านใหม่และบ้านมือสอง พบว่า การเปลี่ยนแปลงราคาอย่างมีนัยสำคัญจะชี้วัดกันที่ระดับความสูงของน้ำท่วม มีผลกระทบ 2 กลุ่มหลักคือ 1.กลุ่มที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีระดับน้ำท่วมเฉลี่ย 0.5-1 เมตร อาทิ โซนบางแค บางเขน รามอินทรา หนองแขม บางกอกน้อย บางบอน ฯลฯ มีแนวโน้มที่การประเมินราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 5-10% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 15-20% 2.กลุ่มพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป อาทิ โซนบางบัวทอง บางใหญ่ ดอนเมือง สายไหม ตลิ่งชัน พุทธมณฑล บางกรวย ฯลฯ หากเป็นการประเมินราคาบ้านใหม่มีแนวโน้มที่ราคาจะปรับลดลงจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15% ส่วนบ้านมือสองมีแนวโน้มที่จะปรับลดลง 20-25%
ขณะเดียวกัน หากเป็นพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเล็กน้อยและท่วมเพียงไม่กี่วัน อาทิ ลาดพร้าว จตุจักร ฯลฯ ไม่น่าจะส่งผลต่อการประเมินราคาบ้านลดลง ในทางกลับกันสำหรับพื้นที่ที่ไม่ถูกน้ำท่วม ราคาอาจจะปรับขึ้นจากช่วงก่อนน้ำท่วม 10-15%.
http://www.thaipost.net/news/060112/50642
ตลาดซื้อขายที่ดิน
แกะรอยที่ดินแพงที่สุด ในไทย "สีลม-ราชดำริ" ติดโผทำเลทองแพงระยับ ตารางวาละ 4-5 แสนบาท ขณะที่ริมถนนสุขุมวิท และถนนสาทร เป็นที่ต้องการของดีเวลอปเปอร์สูง ขณะที่สภาพตลาดซื้อขายที่ดิน ในเขตซีบีดี ปัจจุบัน กลายเป็นของผู้ขายที่ดิน เหตุความต้อง การสูง ส่งผลราคาที่ดินในเมืองขยับไปแล้วตั้งแต่ต้นปี 20-30
นายโสภณ พรโชคชัย กรรม-การผู้จัดการ บริษัทเอเจนซีฟอร์เรียล เอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ที่ดินทำเลทอง ซึ่งมีราคาซื้อขายแพงที่สุด ในเขตซีบีดี และถือว่าแพงที่สุดใน ประเทศไทย นั้นยังคงอยู่ที่ บริเวณริมถนนสีลมเช่นเดิม โดยราคาประเมินไม่เปลี่ยนแปลง คงอยู่ ที่ระดับประมาณ 300,000-600,000 บาท/ตารางวา แต่ราคาซื้อขายจริงในปัจจุบัน พุ่งสูงขึ้นเป็น ประมาณ 400,000-500,000 บาท/ตารางวา
ส่วนราคาซื้อขายแพงอันดับรองลงมาจะเป็นบริเวณริมถนน วิทยุ ถนนพระราม 1 บริเวณศูนย์ การค้าสยามสแควร์ และริมถนนสาทรราคาซื้อขายจะอยู่ในระดับ ที่ 300,000 บาท/ตารางวา ส่วนริมถนนสุขุมวิทไม่เกินสุขุมวิทซอย 20 ราคาประมาณ 250,000-300,000 บาท/ตร.ว. ทั้งนี้ที่ดินที่สามารถขายได้ราคานี้แต่ละทำเล จะต้องอยู่ติดถนนหลักและพื้นที่มีศักยภาพทที่ดีสามารถพัฒนาโครงการได้ อย่างไรก็ตามในแต่ละทำเลที่กล่าวมายังพื้นที่ว่างที่สามารถพัฒนาโครงการได้ หลายแปลง ขึ้นอยู่กับผู้ขายจะขายหรือไม่ในราคาเท่าไร ส่วนสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ที่ฟื้นกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับการประกาศใช้ราคาประเมินใหม่ในต้นปีหน้านั้นเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อราคาซื้อขายจริง เพราะในเขตซีบีดี ข้อกำหนดการก่อสร้างไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่นายศิริ กิจถาวร กรรมการผู้จัดการบริษัทชาร์เตอร์ เซอร์เวเยอร์ จำกัด ในเครือศิริดากร๊ป ซึ่งทำธุรกิจประเมินโดยตรงกล่าวว่า ราคาซื้อขายที่ดินในเขตซีบีดี หรือศูนย์กลางธุรกิจที่มีราคาซื้อขายที่สูงจะอยู่ในย่านสีลม ไม่รวมถึงถนนเยาวราช แต่ปัจจุบันที่ดินว่างเปล่าที่จะพัฒนาโครงการมีน้อย ที่ดินดังกล่าวจึงเหมาะที่จะพัฒนาโครงการอาคารสำนักงานและคอนโดมิเนียมเท่านั้น
นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ย่านซีบีดี ที่ราคาที่ดินพุ่งสูงที่สุดน่าจะเป็น ราชดำริ สาทร และสีลม เพราะเป็นย่านที่ความต้องการซื้อ-ขาย ค่อนข้างสูงในปัจจุบัน ส่วนราคาซื้อ-ขายโดยเฉลี่ย ถ้าเป็นย่านสุขุมวิท จะตกตารางวาละประมาณ 2 แสนบาท ในขณะที่ย่านสาทร สีลม ราชดำริ จะซื้อ-ขายที่ดินราคาเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3-4 แสนบาท เพราะฉะนั้นเมื่อไรที่มีการซื้อขายเกิดขึ้นมาก ราคาจะขยับแต่ความเป็นจริงราคามีการขึ้นมาตลอดอยู่แล้ว ตั้งแต่ช่วงที่คอนโดมิเนียมมีความต้องการมาก ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานกลางประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ถึงบัญชีราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินใหม่ที่จะประกาศใช้วันที่ 1 มกราคม 2547-31ธันวาคม 2550 แทนราคาประเมินที่ดินฉบับเก่าที่จะหมดอายุลงในวันที่ 31ธันวาคม 2546 นี้ว่าโดยเฉลี่ยราคาประเมินที่ดินใหม่ทั่วประเทศจะปรับขึ้นจากราคาประเมินเดิม 15 % อย่างไรก็ดีราคาประเมินสูงสุดในย่านซีบีดีคือถนนสีลมจะไม่ขยับตัวยังคงยืนราคา 600,000 บาท/ตารางวา เนื่องจากไม่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดินแต่อย่างใด ส่วนที่ดินที่มีการขยับตัวมากคือบริเวณแนวถนนตัดใหม่ และที่มีการพัฒนาโครงการจัดสรรใหม่เกิดขึ้น อาทิ ถนนเกษตร-นวมินตร์ ราคาประเมินใหม่สูงสุดราคา 20,000 บาท/ตารางวา จากเดิมบริเวณดังกล่าวเป็นที่ดินตาบอดราคาตารางวาละ 1,000 บาท ฯลฯ
สำหรับราคาประเมินที่ดินสูงสุดและที่แพงที่สุดใน ประเทศไทย 10 อันดับแรก
1. ถนนสีลม ราคา 340,000-600,000 บาท/ตร.ว.
2. ถนนเยาวราช ราคา 260,000-510,000 บาท/ตร.ว.
3. ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ราคา 430,000-510,000 บาท/ตร.ว.
4. ถนนเจริญกรุง 380,000-510,000บาท/ตารางวา
5. ถนนพระราม 4 ราคา 170,000-380,000 บาท/ตารางวา
6. ถนนสาทร ราคา 260,000-340,000บาท/ตารางวา
7. ถนนจักรพงศ์ ราคา 330,000 บาท/ตารางวา
8. ถนนวิทยุ 320,000 บาท/ตารางวา
9. ถนนพระราม 1 ราคา 300,000 บาท/ตารางวา
10. ถนนสุขุมวิท 300,000 บาท
11. ถนนราชดำเนินกลาง 260,000บาท/ตารางวา
รับฝากขายที่ดิน,ฝากขายที่ดิน,ที่ดิน,รับฝากขายที่ดินฟรี,ขายที่ดิน,ประกาศขายที่ดินฟรี
ขั้นตอนการฝากขายที่ดิน
Lands for Sale
1.ส่งรายละเอียดที่ดิน ภาพถ่าย อย่างชัดเจน 5-10 ยิ่งเยอะยิ่งเป็นประโยชน์ในการนำเสนอLands for Sale
2.แผนที่อย่างชัดเจน มองง่าย
3.สำเนาโฉนดทุกหน้า - ใช้ในการคำนวนค่าโอน
4.สำเนาบัตรประชาชน - ขีดคร่อมเพื่อยืนยันตัวตน ว่าท่านฝากจริงมีอำนาจในการขายจริง
= ทำเลที่ตั้งที่ดินที่ไหน?
= ใกล้สถานที่สำคัญที่ไหน?
= ราคาที่จะขาย ? (ตรวละ?)
ส่งรายละเอียดมาที่Email:
สำคัญ !! ข้อมูลรายละเอียดที่ดิน
= พื้นที่เท่าไหร่ ? ขนาด กว้าง x ยาว ?= ทำเลที่ตั้งที่ดินที่ไหน?
= ใกล้สถานที่สำคัญที่ไหน?
= ราคาที่จะขาย ? (ตรวละ?)
ส่งรายละเอียดมาที่Email:
555landsforsale@gmail.com
adservice15@gmail.com
Fax : 027314204 (auto)
Tel : คุณอิม 088-618-8879
ขายที่ดิน ทองหล่อนื้อที่ 248 ตารางวา เสนอขาย ตารางวาละ 365,000 บาท
Land area 248 square wah near the road in the soi and suitable for house or small boutique apartment or hotel about 8 storey. Not far the main Road Thong lor ,near the shopping mall and BTS Line very good locaton.
Price for sale 365,000 baht per sq.wah
Total price 90,520,000 millions baht only.
Note: Do not acceptance broker.
ขาย/เช่าที่ดิน 250 ตารางวา เจ้าของให้เช่า-ขายเองไม่มีนายหน้า ถมแล้ว ในทำเล ที่อยู่อาศัย ใกล้อพาเม้นท์ศรีมงคลบรรยากาศร่มรื่น
ขาย/เช่าที่ดิน 250 ตารางวา เจ้าของให้เช่า-ขายเองไม่มีนายหน้า ถมแล้ว ในทำเล ที่อยู่อาศัย ใกล้อพาเม้นท์ศรีมงคลบรรยากาศร่มรื่น
ขายที่ดินเปล่า 3 ไร่ ๆ ละ 5 ล้านบาท อยู่ตรงขามเทิดไทคอมเพล็กซ์ ด้านหลังติดคลองประเวศบุรีรมย์ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ขายที่ดินเปล่า 3 ไร่ ๆ ละ 5 ล้านบาท อยู่ตรงขามเทิดไทคอมเพล็กซ์ ด้านหลังติดคลองประเวศบุรีรมย์ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
สนใจกรุณาติดต่อได้ที่คุณ ธี โทร.0840551553
|
ขาย ขายที่ดิน เพชรบุรีตัดใหม่ (ที่ดินสวย+ทำเลดี)
![]() |
| ขายที่ดิน,ขายด่วน,ฝากขายที่ดินฟรี,รับฝากขายที่ดินฟรี,โฆษณาให้ฟรี |
ที่ดิน เพชรบุรีตัดใหม่ (ที่ดินสวย+ทำเลดี)
1. เนื้อที่ 617 ตร.ว. ย่านเพชรบุรีตัดใหม่
ตร.ว.ละ 270000 บาท (ต่อรองได้)
ที่สวยติดถนน ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ เป็นพื้นที่สีแดงครับ
ขายเนื้อที่ดิน 2-0-29 ไร่ ซอยสุขุมวิท 39 พร้อมพงษ์ (เพชรบุรีตัดใหม่ 38/1)
![]() |
| บริการฝากขายที่ดิน ทั่วประเทศ ทำโฆษณาฟรี !! ส่งรายละเีอียด+แผนที่+ภาพ 555landsforsale@gmail.com |
• ขายเนื้อที่ดิน 2-0-29 ไร่ ซอยสุขุมวิท 39 พร้อมพงษ์ (เพชรบุรีตัดใหม่ 38/1)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







